วันอังคารที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554

"ยามค่ำ"...!!!



.

ฟ้าสีฟ้า หม่นไป เหมือนในฝัน

ดวงตะวัน ทาบลง ตรงเหลี่ยมเขา

เมื่อหมอกควัน เหมือนฉากจาง ดูบางเบา

ไม้ทอดเงา รายร่าง อย่างอ่อนใจ

.

แสงยามบ่าย คล้ายฟ้า ตากผ้าอ้อม

แดงแดดย้อม สาดทับ กับยอดไผ่

แพรผืนดำ กำลัง คลุมบังไพร

ถักทอใย ขึ้นห่มฟ้า คราไร้จันทร์

.

ได้แต่รอ ให้ดาว พร่างพราวฟ้า

เพื่อนำพา สองดวงใจ เฝ้าใฝ่ฝัน

ส่งคำตอบ ข้ามขอบฟ้า มาหากัน

ชี้ชมนั่น ดาวสวย ด้วยอยู่ไกล

.

ดาวคันไถ อยู่ที่โน่น กลางโพ้นฟ้า

เคียงคู่อยู่ ด้านขวา ดาวลูกไก่

ดาวคันชั่ง ลอยคว้าง ห่างไกลไกล

เหมือนดวงใจ  เหงาเหงา  เราคนคอย

.

ฟ้าสีฟ้า หม่นไป ไม่เหมือนฝัน

ดวงตะวัน ทาบเงา ดูเหงาหงอย

เมื่อไฟควัน หมอกเคลื่อน ดูเลื่อนลอย

ใจคนคอย จึงฝันคว้าง เหมือนอย่างเคย


...........


คน กุลา

บ้านแม่แลบ  แม่ลาน้อย  แม่ฮ่องสอน

โศกาดูร.....!!!

คน กุลา

.
เหงาเศร้าสุดห่วงดวงใจเอ๋ย
คำใดเอ่ยเล่าจะอ้างอย่างถวิล
แต่วันนั้นตราบวันนี้ชั่วชีวิน
ดุจแผ่นดินเยียบว่างกลางแสงจันทร์
.
บนหนทางพร่างดาวบนราวฟ้า
หลงเพ้อว่ายอดกมลอยู่บนนั้น
หวังและฝันปลอบใจไปวันวัน
ทำได้เพียงเท่านั้นฤาขวัญเอย
.
หากทำได้หมายใจเอาไว้ว่า
อยากสลักนภาแผ่นแทนคำเผย
จารึกในคืนวันผันผ่านเลย
เพื่อทรามเชยงามชื่นได้ตื่นชม
.
ขวัญเจ้าใยจากไปแสนไวนัก
ยังทอถักใยฝันไม่ทันสม
ปล่อยใจดวงหนึ่งคว้างกลางสายลม
หนาวเหน็บพรมพร่างพร่างน้ำค้างพราย
.
จงรอพี่ที่นั่นนะขวัญจ๋า
รอเวลาแห่งนิรันดร์เคยมั่นหมาย
ที่ที่ความผูกพันมั่นไม่คลาย
แม้ความตายมิอาจพราก...เราจากกัน

วันจันทร์ที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554

สวนสวรรค์..ในวันลา..!!!




.............


ฟ้าเหลือบสีเลื่อมลายเหมือนสายรุ้ง

เราเหมือนมุ่งหมายมาหาความฝัน

สาดฟ้าสางรางรำไรในหมอกควัน

เหมือนย้ำฝันวันที่มีนมนาน

.

ลมเช้าพรายระบายห่มบ่มสายหมอก

เคลียล้อหยอกผกาบุปผาหวาน

เสียงดุเหว่าแว่วร้องก้องกังวาน

เหมือนเรียกขานโหยหาสัญญาใจ

.

หนาวลมหนาวคราวที่มีเราอยู่

ช่อบัวชูดอกบานก้านไสว

กลีบไม้แย้มเบ่งบานบนลานใจ

แซมเขียวใบสีละลานยามผ่านชม

.

สวนสวรรค์ไม้หลากสีที่ได้เห็น

บานช่อเป็นภาพเมื่อมีสีผสม

ยิ่งหลากสียิ่งเย้ายวนให้ชวนชม

พอได้ข่มหม่นสีหมอง..วันต้องลา




...................คน กุลา

หวังใดเล่า......เจ้าขุนทอง...???



.

ฟ้าทั้งฟ้ายังคงหม่นบนฟากฟ้า

เราจากมาไกลมากจากไหนนี่

และจะไปหนใดในปฐพี

อาจบางทีรู้บ้างเพียงลางเลือน

.

บนหนทางที่ผ่านม่านวิโยค

บทโศลกบทไหนร่ายไม่เหมือน

ท่ามฝันเอยเคยเคว้งคว้างกลางแสงเดือน

และเลือดเพื่อนเปื้อนสาดรินราดดิน



ผู้ปกครองคนไหนเล่าเจ้าใฝ่หา

ระบอบใดในโลกาเจ้าถวิล

หรือเพียงฟังหลายหนจนเคยชิน

ทั่วธานินทร์เจ้าจึงกล้ามาไม่เกรง

.

หรือเจ้าสุดทนทานการกดขี่

หรืออยากหนีห่างไปใครข่มเหง

ไม่อยากให้เกิดกรรมมายำเยง

กับบทเพลงบทจบการรบรา

.

จึงเลือกเดินหนทางกลางเหตุผล

เดินร่วมคนจังจริงอหิงสา

แม้อาจถูกคุกคามตามบีฑา

จากมาราสมุนถ่อยคอยรอนราน

.

หวังสิ่งใดตอบได้ไหมเล่ามนุษย์

ประเสริฐสุดกว่าสัตว์ดิรัจฉาน

เรียนรู้การพัฒนามานมนาน

หรือเพียงพล่านพล่ามใจไปวันวัน

.

หรือยังทำทุกอย่างกว่าบางสัตว์

เพื่อครองรัฐจึงเหยียบย่ำย้ำหฤหรรษ์

หรือเพียงกลบเกลื่อนหน้าสารพัน

หากฆ่ากันยิ่งกว่าสัตว์อนาถใจ


..................
คน กุลา

"พรายโลกีย์"....!!!




.


โพทะเลเซกิ่งทิ้งดอกย้อย

จากเรียวรอยเขียวจัดสบัดไสว

ริมถิ่นร่องท่องมาชลาลัย

หล่อเลี้ยงในลุ่มน้ำตำนานเมือง

.

ลานท้องทุ่งคุ้งน้ำต่ำลาดโล่ง

สะพานโค้งยาวทอดลอดฟ้าเหลือง

พร่างแสงไฟราวสะพรั่งมลังเมลือง

สืบเป็นเรื่องเล่าขานต่อกันมา

.

ไม่เคยเยือนยามคราได้มาพบ

เป็นคำรบแรกก็รักเสียหนักหนา

ย่านสำโรงโค้งเว้าเจ้าพระยา

หรือเพราะว่าสมิงพรายคอยร่ายมนต์

.

ในอดีตแห่งกาลโบราณล่วง

ยามผ่านห้วงน้ำแก่งทุกแห่งหน

มักดูดฝืนกลืนกินชีวินคน

ดังผีดลใจโฉดโหดโหงพราย

.

มาบัดนี้ผีพรายหายไปไหน

มีแต่ไฟสาดระยิบกะพริบสาย

กับอนงค์องค์เอวอวดเรียงราย

แทนโหงพรายยุคใหม่ในเมืองกรุง

.

ผีพรายเฮี้ยนยังมีที่พำนัก

ผีพรายรักไม่มีที่เห็นทียุ่ง

ผีพรายกามลามกระจายร้ายนังนุง

ราตรีคลุ้งคาวโลกีย์...หยามผีพราย......!!!

.


คน กุลา
.....................

ผู้บุกเบิก..!!!




.............

.

ฟ้าคล้ำครามเหลืองรายระบายสี

ดังลับลี้ลึกล่วงสู่ห้วงฝัน

ดินแดนใดซ่อนบังหลังตาวัน

ที่ผุดพลันขึ้นมาในราตรี

.

ดวงตะวันสาดแดงดูแรงร้อน

ลับเหลี่ยมสิงขร ณ ตอนนี้

เหมือนจะบอกเรื่องราวคราวเคยมี

คงก่อนที่คืนอีกครั้งหลังรุ่งราง

.

หมู่แมกไม้ยืนซึมเซาเหงาเงียบเงียบ

สายไฟเลียบโยงหย่อนคล้อยพาดห้อยขวาง

ฟ้าเริ่มมืดชืดเย็นไม่เห็นทาง

ไฟเริ่มพร่างสาดแสงขับแต่งเติม

.

ดาวบางดวงมาเกี่ยวนิ่งกลางกิ่งฟ้า

รอเวลาหมู่ดาวพราวแสงเสริม

เหมือนผู้กล้าที่ย่ำถางต่อทางเดิม

ก่อนจะเพิ่มเพื่อนร่วมทางอย่างที่เป็น

.

ฟ้าคล้ำครามเหลืองรายระบายสี

ดังลับลี้ลึกล้ำตามที่เห็น

เมื่อราตรีดาวพร่างกลางแสงเพ็ญ

สดใสเย็นย้ำใจกล้า...ให้ฝ่าเดิน

.


คน กุลา
.............